ก.เกษตรฯ หวังดันราคายาง-งัดกฎหมายคุมเข้มขายทุเรียนอ่อน

ก.เกษตรฯ หวังดันราคายาง ขอทหารนำสตอก 1 แสนตันออกไปสร้างถนน พร้อมคุมเข้มทุเรียนอ่อน งัดกฎหมาย 2 ฉบับทั้ง สคบ.และการฉ้อโกงเอาผิดชาวสวน

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงาน Meet the Press ทำเนียบรัฐบาล ว่า ขณะนี้ทุเรียนได้รับความนิยมจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทุเรียนออกสู่ตลาดในช่วงนี้มาจากภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ประมาณ 500,000 ตัน แต่หลังจากประสบปัญหาภัยธรรมชาติพายุฤดูร้อน ทำให้ทุเรียนเสียหายจำนวนมาก ปีนี้ราคาจึงปรับสูงขึ้นจาก 40-50 บาท ขยับเพิ่มเป็น 70-100 บาท เพื่อดูแลผู้บริโภคได้รับประทานทุเรียนสุกและคุณภาพดี จึงตั้งทีมตรวจสอบทุเรียนในพื้นที่ เพื่อสุ่มตรวจดูว่าชาวสวนเอาทุเรียนอ่อนหรือขาดคุณภาพออกขายให้กับประชาชนหรือไม่ งัดกฎหมายทั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และการฉ้อโกง รวมถึงการสร้างจิตสำนักที่ดีให้กับชาวสวนและผู้ประกอบการ โดยความร่วมมือกับราชการส่วนท้องถิ่นช่วยกันดูแล และยังให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คอยช่วยเหลือเกษตรกรในการเลือกทุเรียนคุณภาพก่อนส่งออกไปขายในตลาด ยอมรับว่าตั้งแต่ตรวจเข้มพบว่าทุเรียนไม่มีคุณภาพประมาณร้อยละ 3 ของผลผลิตทั้งหมดที่นำออกจำหน่าย

นายกฤษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า การดูแลราคายางพารา กระทรวงเกษตรฯ ได้ยุตินโยบายโค่นต้นยาง 1 ล้านต้น เพราะยังเป็นต้นไม้เศรษฐกิจสำคัญและส่งผลต่อปริมาณป่าไม้ แต่จะส่งเสริมให้ปลูกพืชแซม ขณะนี้ผลิตยางพาราทั้งประเทศ 1.5 ล้านตัน ส่งออก 1 ล้านตัน ใช้ในประเทศ 400,000-500,000 ตัน สำหรับแนวทางผลักดันราคายางพาราให้ได้ 60-70 บาทต่อกิโลกรัม ผ่านแนวทางหน่วยงานภาครัฐนำไปใช้ประโยชน์สร้างสนามกีฬา สร้างถนน และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของหลายหน่วยงาน คาดว่าสิ้นเดือนกันยายนนี้จะใช้ประโยชน์ได้ 200,000 ตัน เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีให้ทหารนำยางพาราในสตอก 100,000 ตันออกไปใช้สร้างถนนเพิ่ม เพราะต้องจ่ายค่าสตอกถึง 11 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ ยังเจรจากับเวียดนาม ซึ่งกลายมาเป็นผู้ปลูกยางพารารายใหญ่อีกประเทศหนึ่ง เพื่อเข้ามาอยู่ในประเทศสมาชิกร่วมกับ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย กำหนดวันหยุดกรีดยาง เพื่อดูแลตลาดยางพารา ยอมรับว่าแม้ราคาน้ำมันตลาดโลกมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่เมื่อเงินบาทแข็งค่าจึงทำให้ราคายางพาราไม่ขยับเพิ่มมากนัก. – สำนักข่าวไทย